7 วิธีจัดการอุณหภูมิแช่ไวน์ให้สมบูรณ์แบบ : นักดื่มต้องรู้! 🍷

การดื่มไวน์ให้อร่อยและเก็บรักษาไวน์ให้คงคุณภาพนั้น อุณหภูมิคือกุญแจสำคัญที่หลายคนมองข้าม! บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้เรื่องอุณหภูมิที่เหมาะสมในการแช่และเก็บไวน์แต่ละประเภท เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับรสชาติที่ดีที่สุดของไวน์ที่คุณรัก
สารบัญ (กดเพื่อวาร์ป)
สรุปสั้นๆ ให้คนรีบอ่าน ⏱️
อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บไวน์โดยทั่วไปคือ 7-18°C (45-65°F) โดยที่:
- ไวน์แดงฟูลบอดี้: 16-19°C
- ไวน์แดงไลท์และมีเดียมบอดี้: 13-16°C
- ไวน์ขาวดราย: 8-11°C
- ไวน์ขาวหวาน: 5-10°C
- ไวน์โรเซ่: 10-13°C
- ไวน์สปาร์กลิ้ง: 5-7°C
การเก็บไวน์ที่อุณหภูมิคงที่มีความสำคัญกว่าอุณหภูมิที่สมบูรณ์แบบแต่ไม่สม่ำเสมอ
ทำไมอุณหภูมิจึงสำคัญต่อไวน์ 🌡️
อุณหภูมิเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพของไวน์ทั้งในแง่ของการเก็บรักษาและการดื่ม เพราะมีอิทธิพลโดยตรงต่อ:
- กระบวนการบ่ม – อุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยให้ไวน์พัฒนารสชาติและกลิ่นได้อย่างสมบูรณ์
- ความเสถียรของไวน์ – อุณหภูมิที่คงที่ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพ
- การรับรู้รสชาติ – ไวน์ที่เสิร์ฟที่อุณหภูมิที่เหมาะสมจะให้รสชาติและกลิ่นที่สมดุลที่สุด
ที่สำคัญ อุณหภูมิมีผลต่อความผันผวนของสารประกอบอะโรมาติกในไวน์ ซึ่งส่งผลต่อกลิ่นหอมที่คุณจะได้รับเมื่อดื่ม ไวน์ที่เย็นเกินไปจะระงับกลิ่นหอม ในขณะที่ไวน์ที่อุ่นเกินไปจะมีกลิ่นแอลกอฮอล์แรงและรสชาติที่ไม่สมดุล 💫

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับแช่ไวน์แต่ละประเภท 🍇
อุณหภูมิที่ดีที่สุดสำหรับการเก็บรักษาไวน์ส่วนใหญ่คือประมาณ 13°C (55°F) แต่อุณหภูมิในการเสิร์ฟที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามประเภทของไวน์
ไวน์แดง 🍷
ไวน์แดงมักจะเสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงกว่าไวน์ประเภทอื่น แต่ความเชื่อที่ว่าควรเสิร์ฟที่ “อุณหภูมิห้อง” นั้นมักเข้าใจผิด เพราะอุณหภูมิห้องในปัจจุบัน (22-25°C) มักสูงเกินไปสำหรับไวน์แดง
ไวน์แดงฟูลบอดี้ (เช่น กาแบร์เนต์โซวีญง, มาลเบก, บอร์โดซ์)
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 16-19°C (60-65°F)
- ไวน์เหล่านี้มีแทนนินและโครงสร้างที่ซับซ้อน จึงต้องการอุณหภูมิที่อุ่นกว่าเพื่อให้รสชาติเผยออกมาอย่างเต็มที่
ไวน์แดงไลท์และมีเดียมบอดี้ (เช่น ปีโนนัวร์, แมร์โล, เชอร์รี่)
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 13-16°C (55-60°F)
- ไวน์เหล่านี้มีความละเอียดอ่อนกว่า และการเก็บที่อุณหภูมิที่เย็นกว่าจะช่วยรักษากลิ่นผลไม้ได้ดีกว่า
เคล็ดลับ: หากคุณไม่แน่ใจ การเสิร์ฟไวน์แดงที่เย็นเล็กน้อยจะดีกว่าอุ่นเกินไป เพราะไวน์ในแก้วจะค่อยๆ อุ่นขึ้นเองตามธรรมชาติ 🥂
ไวน์ขาว 🥂
ไวน์ขาวต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่าไวน์แดงเพื่อรักษาความสดชื่นและดึงรสชาติของกรดออกมา
ไวน์ขาวดราย (เช่น ชาร์ดอนเนย์, โซวีญงบล็อง, ปีโนกรี)
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 8-11°C (47-53°F)
- ไวน์ขาวที่มีรสชาติซับซ้อนหรือบ่มในถังไม้โอ๊ค สามารถเสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงกว่านิดหน่อย
ไวน์ขาวหวาน (เช่น มอสกาโต, ปีโนกรีโจ, ไวน์หวานชนิดอื่นๆ)
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 5-10°C (42-50°F)
- อุณหภูมิที่เย็นกว่าจะช่วยรักษากรดที่สดชื่นและกลิ่นที่ละเอียดอ่อน
หมายเหตุ: การเก็บไวน์ขาวในตู้เย็นธรรมดาเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะอุณหภูมิที่เย็นเกินไปและความชื้นต่ำอาจทำให้ไวน์เสื่อมคุณภาพได้ ❄️
ไวน์โรเซ่ 🌸
ไวน์โรเซ่ทำจากองุ่นแดงแต่ผ่านกระบวนการหมักที่สั้นกว่าไวน์แดง จึงมีสีชมพูหรือส้มอมชมพู และควรได้รับการดูแลคล้ายกับไวน์ขาว
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 10-13°C (50-55°F)
- ไวน์โรเซ่ที่มีสีอ่อนกว่า ควรแช่เย็นประมาณ 11°C
- ไวน์โรเซ่ที่มีสีเข้มกว่า สามารถแช่ที่อุณหภูมิสูงกว่าเล็กน้อย ประมาณ 12-13°C
ไวน์สปาร์กลิ้ง 🍾
ไวน์สปาร์กลิ้ง เช่น แชมเปญ โปรเซคโค และคาวา ต้องการอุณหภูมิที่เย็นที่สุดในบรรดาไวน์ทั้งหมด
- อุณหภูมิแช่ที่เหมาะสม: 5-7°C (40-45°F)
- อุณหภูมิที่เย็นช่วยรักษาความสดชื่นและฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
- แชมเปญและไวน์สปาร์กลิ้งคุณภาพสูงควรเสิร์ฟที่ประมาณ 7°C
- โปรเซคโคและมอสกาโต้สปาร์กลิ้งอาจเสิร์ฟที่อุณหภูมิต่ำกว่าเล็กน้อย ประมาณ 6°C
เคล็ดลับ: อย่าแช่แข็งไวน์สปาร์กลิ้งเพราะอาจทำให้ฟองลดลงและในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจทำให้ขวดแตกได้! ⚠️
ตารางสรุปอุณหภูมิแช่ไวน์แต่ละประเภท
ประเภทไวน์ | อุณหภูมิ (°C) | อุณหภูมิ (°F) |
---|---|---|
ไวน์แดงฟูลบอดี้ | 16-19 | 60-65 |
ไวน์แดงไลท์/มีเดียม | 13-16 | 55-60 |
ไวน์ขาวดราย | 8-11 | 47-53 |
ไวน์ขาวหวาน | 5-10 | 42-50 |
ไวน์โรเซ่ | 10-13 | 50-55 |
ไวน์สปาร์กลิ้ง | 5-7 | 40-45 |
5 ผลเสียของการเก็บไวน์ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม 😱
การเก็บไวน์ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดปัญหาต่อคุณภาพอย่างถาวร ดังนี้:
1. เมื่อร้อนเกินไป ⚠️
- ไวน์แก่เร็วกว่าปกติ: อุณหภูมิเกิน 21°C (70°F) จะเร่งกระบวนการออกซิเดชัน
- รสชาติ “สุก” เกินไป: ที่อุณหภูมิประมาณ 27°C (80°F) หรือสูงกว่า ไวน์จะมีรสคล้ายผลไม้ต้ม
- จุกคอร์กขยายตัว: ทำให้อากาศเข้าขวดและเกิดการออกซิเดชัน
- เกิดการเสื่อมสภาพถาวร: ความเสียหายจากความร้อนแก้ไขไม่ได้
สัญญาณเตือน: หากคุณเห็นจุกคอร์กโผล่ออกมาจากขวด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าไวน์ได้รับความเสียหายจากความร้อนแล้ว 🔥
2. เมื่อเย็นเกินไป ❄️
- การพัฒนารสชาติชะงัก: อุณหภูมิต่ำกว่า 10°C (50°F) จะชะลอการพัฒนาของไวน์
- เสี่ยงต่อการแข็งตัว: ไวน์จะเริ่มแข็งตัวที่ -4 ถึง -9°C (15-25°F) ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์
- ขวดอาจแตก: เมื่อไวน์แข็งตัว การขยายตัวอาจทำให้ขวดแตกได้
- เกิดผลึกทาร์เทรต: ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4°C (40°F) อาจเกิด “เพชรไวน์” ซึ่งแม้ไม่เป็นอันตรายแต่ดูไม่น่าพอใจ
3. เมื่ออุณหภูมิไม่คงที่ 📈📉
- ไวน์เสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น: การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยๆ ทำให้ไวน์เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ
- จุกคอร์กขยายตัวและหดตัว: ทำให้อากาศเข้าขวดและเกิดการออกซิเดชัน
4. ความชื้นไม่เหมาะสม 💧
- ความชื้นต่ำเกินไป: ทำให้จุกคอร์กแห้งและหดตัว อากาศจะเข้าไปในขวด
- ความชื้นสูงเกินไป: อาจส่งเสริมให้เกิดเชื้อราและทำลายฉลาก
5. แสงแดดโดยตรง ☀️
- ไวน์มีกลิ่นไม่พึงประสงค์: แสง UV เร่งปฏิกิริยาเคมีที่สร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์
- สีไวน์จางลง: โดยเฉพาะในไวน์แดงและโรเซ่
7 วิธีเก็บรักษาไวน์ให้เหมาะสมที่บ้าน 🏠
แม้จะไม่มีห้องเก็บไวน์โดยเฉพาะ คุณก็สามารถเก็บไวน์ได้อย่างเหมาะสมด้วยวิธีต่อไปนี้:
1. หาตำแหน่งที่เหมาะสม 🔍
- เลือกพื้นที่เย็น มืด และมีอุณหภูมิคงที่ในบ้าน
- ห้องใต้ดิน ห้องเก็บของ หรือตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้งานอาจเป็นตัวเลือกที่ดี
- หลีกเลี่ยงห้องครัว บริเวณใกล้เตาอบ หรือบริเวณที่โดนแสงแดดโดยตรง
2. ควบคุมความชื้น 💦
- ระดับความชื้นที่เหมาะสมคือ 50-80% (อุดมคติคือประมาณ 70%)
- หากความชื้นต่ำเกินไป ให้วางภาชนะใส่น้ำไว้ใกล้ๆ บริเวณที่เก็บไวน์
- หากความชื้นสูงเกินไป ให้ใช้เครื่องลดความชื้น
3. ลดการสั่นสะเทือน 📳
- เก็บไวน์ให้ห่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สั่นสะเทือน เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น
- หลีกเลี่ยงการวางไวน์ในที่ที่มีคนเดินผ่านบ่อยๆ หรือพื้นที่ที่มีการกระแทกกระทั้น
4. วางขวดในตำแหน่งที่เหมาะสม 🔄
- วางขวดไวน์ที่มีจุกคอร์กในแนวนอนเพื่อให้จุกคอร์กยังคงชุ่มชื้น
- ไวน์ที่ใช้ฝาเกลียวหรือจุกสังเคราะห์สามารถเก็บได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
5. ป้องกันแสงแดด ☀️
- เก็บไวน์ในที่มืดหรือมีแสงน้อย
- หากต้องเก็บในพื้นที่ที่มีแสง ให้ใช้ผ้าหรือวัสดุทึบแสงคลุมขวด
6. หลีกเลี่ยงกลิ่นแรง 👃
- ไวน์สามารถดูดซับกลิ่นผ่านจุกคอร์กได้
- อย่าเก็บไวน์ใกล้กับสิ่งที่มีกลิ่นแรง เช่น สี น้ำมัน หรืออาหารที่มีกลิ่นฉุน
7. วางแผนการบริโภค 📅
- ไวน์ส่วนใหญ่ควรดื่มภายใน 3-5 ปีหลังจากซื้อ
- เก็บไวน์ที่ดื่มประจำในที่ที่เข้าถึงง่าย และเก็บไวน์สำหรับโอกาสพิเศษในที่ที่มีสภาพการเก็บที่ดีกว่า
เคล็ดลับ: หากคุณไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างสมบูรณ์ ให้เน้นที่การหลีกเลี่ยงความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหัน อุณหภูมิที่คงที่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบยังดีกว่าอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 🌡️
ตู้แช่ไวน์: การลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับนักสะสม 🧰
หากคุณเริ่มสะสมไวน์หรือมีไวน์คุณภาพดีที่ต้องการเก็บรักษา การลงทุนในตู้แช่ไวน์อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ประเภทของตู้แช่ไวน์
- แบบตั้งอิสระ (Freestanding) – สามารถวางได้ทุกที่ที่มีการระบายอากาศดี
- แบบบิลท์อิน (Built-in) – ออกแบบให้ติดตั้งในตู้หรือใต้เคาน์เตอร์
- แบบเคาน์เตอร์ (Countertop) – ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคอลเลกชันขนาดเล็ก
คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณา
- ระบบควบคุมอุณหภูมิ – ควรปรับได้ละเอียดและคงที่
- แบบโซนเดียวหรือดูอัลโซน – ดูอัลโซนเหมาะสำหรับเก็บทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว
- ระบบทำความเย็น – แบบคอมเพรสเซอร์หรือเทอร์โมอิเล็กทริก
- กระจกป้องกัน UV – เพื่อป้องกันแสงทำลายไวน์
- ความจุ – พิจารณาจำนวนขวดที่ต้องการเก็บทั้งในปัจจุบันและอนาคต
- ระดับความชื้น – ตู้แช่ไวน์คุณภาพดีควรควบคุมความชื้นได้
- ระดับเสียง – ตรวจสอบเสียงรบกวนหากจะวางในพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ
เคล็ดลับสำหรับการเลือกซื้อ: เผื่อพื้นที่สำหรับการขยายคอลเลกชันในอนาคต โดยทั่วไปแนะนำให้ซื้อตู้ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่คุณคิดว่าต้องการอย่างน้อย 25-50% 📈
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอุณหภูมิแช่ไวน์ ❓
1. สามารถเก็บไวน์ในตู้เย็นธรรมดาได้หรือไม่?
ตู้เย็นธรรมดามักจะเย็นเกินไป (ประมาณ 1-4°C) และแห้งเกินไปสำหรับการเก็บไวน์ในระยะยาว แต่สามารถใช้สำหรับการแช่ไวน์ขาวหรือสปาร์กลิ้งระยะสั้นก่อนเสิร์ฟได้
2. อุณหภูมิห้องคืออุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับไวน์แดงจริงหรือ?
ไม่จริง “อุณหภูมิห้อง” ที่มักกล่าวถึงในคำแนะนำเก่าๆ หมายถึงอุณหภูมิห้องในยุโรปสมัยก่อน (15-18°C) ซึ่งเย็นกว่าอุณหภูมิห้องทั่วไปในปัจจุบัน (22-25°C) ไวน์แดงส่วนใหญ่ควรเสิร์ฟที่ 13-19°C
3. ทำไมต้องวางขวดไวน์ในแนวนอน?
การวางขวดไวน์ในแนวนอนช่วยให้ไวน์สัมผัสกับจุกคอร์ก ทำให้จุกคอร์กยังคงชุ่มชื้นและขยายตัว ป้องกันอากาศเข้าสู่ขวด ซึ่งจำเป็นสำหรับไวน์ที่ใช้จุกคอร์กธรรมชาติ
4. ไวน์ทุกชนิดจะดีขึ้นเมื่อบ่มนานขึ้นจริงหรือ?
ไม่จริง ไวน์ส่วนใหญ่ (ประมาณ 90%) ถูกผลิตขึ้นเพื่อดื่มภายใน 1-5 ปีหลังจากผลิต มีเพียงไวน์บางประเภทเท่านั้นที่จะพัฒนารสชาติที่ดีขึ้นเมื่อบ่มนาน เช่น ไวน์แดงชั้นดีบางชนิด หรือไวน์หวานบางประเภท
5. ทำอย่างไรหากไม่มีตู้แช่ไวน์?
คุณสามารถใช้ห้องใต้ดิน ตู้เสื้อผ้าที่เย็น หรือบริเวณที่มีอุณหภูมิคงที่ในบ้าน ให้เก็บห่างจากแหล่งความร้อน ห่างจากแสงแดด และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกะทันหัน
6. หากไวน์ถูกเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมมาแล้ว จะแก้ไขได้หรือไม่?
ความเสียหายจากอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมมักเป็นถาวร แต่ถ้าเก็บผิดวิธีเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไวน์อาจยังดื่มได้ วิธีดีที่สุดคือนำไวน์ไปเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมทันทีที่ทำได้
7. สังเกตอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อย่างไรหากไม่มีเทอร์โมมิเตอร์?
สำหรับไวน์แดง ขวดควรเย็นเล็กน้อยเมื่อสัมผัส แต่ไม่เย็นจัด สำหรับไวน์ขาว ควรเย็นชัดเจนเมื่อสัมผัสแต่ไม่เย็นจนมีหยดน้ำเกาะขวด การใช้เทอร์โมมิเตอร์ดิจิทัลราคาไม่แพงเป็นวิธีที่แม่นยำกว่า
สรุป: อุณหภูมิที่เหมาะสมคือกุญแจสู่การดื่มไวน์อย่างมีความสุข 🎯
การเก็บและเสิร์ฟไวน์ที่อุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การดื่มไวน์ที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญที่ควรจำ:
- อุณหภูมิเก็บรักษา: ประมาณ 13°C (55°F) สำหรับเก็บไวน์ทุกประเภทในระยะยาว
- ความคงที่สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ: การรักษาอุณหภูมิให้คงที่สำคัญกว่าการมีอุณหภูมิที่สมบูรณ์แบบแต่ไม่สม่ำเสมอ
- ปรับอุณหภูมิก่อนเสิร์ฟ: แช่ไวน์ให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมก่อนเสิร์ฟเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด
- ดีกว่าเย็นเกินกว่าร้อนเกิน: โดยเฉพาะสำหรับไวน์แดง เพราะไวน์จะค่อยๆ อุ่นขึ้นในแก้ว
ด้วยความเข้าใจพื้นฐานเรื่องอุณหภูมิแช่ไวน์ คุณจะสามารถเพิ่มความเพลิดเพลินในการดื่มไวน์ได้อย่างมาก และสำหรับผู้ที่เริ่มสะสมไวน์ นี่จะเป็นความรู้พื้นฐานที่ช่วยปกป้องการลงทุนของคุณและทำให้มั่นใจว่าไวน์แต่ละขวดจะให้ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อถึงเวลาเปิดดื่ม 🥂
ลองนำความรู้เรื่องอุณหภูมิแช่ไวน์ไปทดลองใช้ในครั้งต่อไปที่คุณดื่มไวน์ และสังเกตความแตกต่างของรสชาติและกลิ่นที่คุณจะได้รับ การลงทุนเพียงเล็กน้อยในการควบคุมอุณหภูมิจะช่วยยกระดับประสบการณ์การดื่มไวน์ของคุณไปอีกขั้น! 🍷✨
🍷 คุณควรซื้อตู้แช่ไวน์หรือยัง?
ตอบคำถาม 10 ข้อเพื่อดูว่าคุณควรลงทุนในตู้แช่ไวน์หรือไม่
-
ตู้แช่ไวน์ 18 ขวด นำเข้าจากสวีเดน D18B
65,900฿Original price was: 65,900฿.39,000฿Current price is: 39,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 154 ขวด นำเข้าจากสวีเดน D154F
126,000฿Original price was: 126,000฿.99,000฿Current price is: 99,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 154 ขวด นำเข้าจากสวีเดน C154F
125,000฿Original price was: 125,000฿.109,000฿Current price is: 109,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 46 ขวด นำเข้าจากสวีเดน C46B
100,000฿Original price was: 100,000฿.69,000฿Current price is: 69,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 42 ขวด นำเข้าจากสวีเดน D42B
100,000฿Original price was: 100,000฿.69,000฿Current price is: 69,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 18 ขวด นำเข้าจากสวีเดน C18B
59,000฿Original price was: 59,000฿.49,000฿Current price is: 49,000฿. Add to cart -
ตู้แช่ไวน์ 46 ขวด นำเข้าจากสวีเดน D46B
96,000฿Original price was: 96,000฿.59,000฿Current price is: 59,000฿. Add to cart
ลิงค์อ้างอิงบทความ
- https://www.winespectator.com/articles/how-to-store-wine-temperature-humidity-coolers-and-more – ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเก็บรักษาไวน์
- https://www.wineenthusiast.com/basics/buying-and-collecting/wine-storage-temperature/ – อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาไวน์
- https://www.wineenthusiast.com/basics/buying-and-collecting/how-to-store-wine/ – วิธีการเก็บรักษาไวน์อย่างถูกต้อง
- https://winefolly.com/tips/wine-storage-temperature/ – แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับอุณหภูมิในการเก็บรักษาไวน์
- https://winecoolersempire.com/blogs/news/should-you-ever-store-red-wine-in-a-wine-cooler – ควรเก็บไวน์แดงในตู้แช่ไวน์หรือไม่