แอร์ไฟฟ้า 24 โวลต์

เลือกแพ็กเกจ OASIS ที่ใช่สำหรับกองรถของคุณ

เพียงตอบคำถามไม่กี่ข้อ ระบบจะช่วยคุณหาจุดคุ้มทุน และแนะนำแพ็กเกจที่ช่วยประหยัดเงินได้มากที่สุด

ขั้นตอนที่ 1 — เลือกลักษณะการจอดรถของคุณ
🚛
รถบรรทุกทั่วไป
10 ล้อ / รถพ่วง / หัวลากลากตู้
⏱️
จอดสั้นๆ ระหว่างวัน
จอดรอลงของ 1-4 ชม./วัน
🌙
จอดนานตลอดคืน
นอนพักข้ามคืน 6-12 ชม.
🔥
ห้องโดยสารร้อนจัด
จอดกลางแดด หรือรอคิวตามท่าเรือ
💰
มีงบประมาณจำกัด
อยากเริ่มต้นทดลองใช้ด้วยงบน้อยที่สุด
ขั้นตอนที่ 2 — ระบุตัวเลขพฤติกรรมการใช้งานจริง
จอดติดเครื่อง/วัน
1 ชม.15 ชม.
วันทำงาน/เดือน
15 วัน30 วัน
อัตรากินน้ำมันเดินเบา
1.0 ล./ชม.4.0 ล./ชม.
ราคาดีเซลปัจจุบัน
30 บ.65 บ.
งบประมาณสูงสุด (ต่อคัน)
20,000 บ.100,000 บ.
จำนวนรถที่จะติดตั้ง
1 คัน100 คัน
ค่าน้ำมันที่สูญเสีย/เดือน
เงินที่ประหยัดได้/เดือน
ระยะเวลาคืนทุน (เดือน)
กำไรปีแรก (ROI)
ตัวเลือกแพ็กเกจอื่นๆ ที่จัดมาให้คุณ
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มค่าเชิงลึก
การประเมินราคาแพ็กเกจแบบครบจบ
• ราคาแพ็กเกจรวม = ราคาแอร์ + ราคาเครื่องปั่นไฟ (ถ้ามี) + ค่าติดตั้งมาตรฐาน 9,900 บ./คัน
• ค่าติดตั้งมาตรฐาน 9,900 บาท ครอบคลุม: งานสแกน 3D ให้รับกับทรงหลังคา, เจาะร้อยสายไฟ, สายไฟมาตรฐานอุตสาหกรรม, แผงฟิวส์ป้องกัน, และแผ่นเพลท 3D Print
ราคานี้ยังไม่รวม: งานเชื่อมหรือทำแท่นยึดเครื่องปั่นไฟ (~2,000-3,000 บ.) น้ำมันเครื่องสำหรับรันอินครั้งแรก (~300-500 บ.) และสายไฟส่วนต่อขยาย (ถ้ามี)

เกณฑ์อ้างอิงพลังงานเชื้อเพลิง (Fuel Cost Benchmark)
• เครื่องปั่นรุ่น 2750CZ: อ้างอิงแก๊สโซฮอล์ 95 กินน้ำมัน 0.54 ลิตร/ชม. (ราคากลาง 42.95 บ./ลิตร)
• เครื่องปั่นรุ่น 3000LPG: อ้างอิงโหลด ~50% กินแก๊สประมาณ 0.4-0.5 กก./ชม. หรือราว 0.83 ลิตร/ชม. (ราคากลาง 15.24 บ./ลิตรของเหลว)
• อ้างอิงสเปกแบตเตอรี่รถบรรทุกมาตรฐาน ไซส์ N200 (12V 200Ah จำนวน 2 ลูก ต่ออนุกรมเป็น 24V 200Ah)
• การคำนวณรันไทม์ ใช้ระบบ "Battery-First Logic" คือ ดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถบรรทุกมาใช้ฟรีก่อน (จำกัด DoD ที่ 50%) จากนั้นระบบจึงจะสั่งให้เครื่องปั่นไฟทำงานอัตโนมัติเฉพาะเวลาที่เหลือ หากไม่มีเครื่องปั่นไฟจะใช้อัตรากินน้ำมันเดินเบาเดิม

วิธีการจัดอันดับและแนะนำแพ็กเกจ
• ระบบจะให้คะแนนโดยประเมินจาก 3 ส่วน: (1) ความสอดคล้องกับพฤติกรรมจอดรถ (2) ความคุ้มค่าในการลงทุนหรือการคืนทุน (3) ยอดเงินสุทธิที่ประหยัดได้จริง
• แพ็กเกจที่แสดงผลเป็นกล่องสีทึบ (Dimmed) หมายถึงราคารวมค่าติดตั้งแล้วสูงกว่า "งบประมาณ" ที่คุณตั้งไว้

* ราคาอ้างอิง ณ เดือนเมษายน 2569

เลือกชุดแอร์ไฟฟ้า 24 โวลต์ ตู้แอร์รถยนต์ 24v แบบไหนเหมาะกับรถคุณ

การเลือก ชุดแอร์ไฟฟ้า 24 โวลท์ ให้เหมาะกับรถบรรทุก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักครับ คือ 1. แบบติดหลังคา (Roof Top) เหมาะกับรถหัวลากที่มีพื้นที่หลังคาเรียบ กระจายความเย็นได้ดีเยี่ยม ประหยัดพื้นที่ในห้องโดยสาร และ 2. แบบแยกส่วน (Split Type) ที่แยกคอยล์ร้อนและ ตู้แอร์รถยนต์ 24v ออกจากกัน เหมาะสำหรับรถสิบล้อหรือหกล้อที่ไม่อยากเจาะหลังคา หรือมีพื้นที่ด้านบนจำกัด การตัดสินใจติดตั้ง แอร์ไฟฟ้า 24 โวลต์ ต้องพิจารณาจากโครงสร้างหัวเก๋ง ตำแหน่งติดตั้งแบตเตอรี่ และพื้นที่ว่างเป็นหลัก เพื่อให้ได้ความเย็นเต็มประสิทธิภาพโดยไม่บดบังทัศนวิสัยครับ

ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้ครับว่าแอร์ระบบแบตเตอรี่คือทางออกของการประหยัดน้ำมันตอนจอดนอน แต่พอเถ้าแก่ตัดสินใจจะควักเงินติดแอร์จริงๆ คำถามยอดฮิตที่ผมเจอบ่อยมากคือ "ช่างครับ รถผมสิบล้อคอก ติดแอร์แบบไหนดี?" หรือ "หัวลากรุ่นนี้ต้องเจาะหลังคาไหม?"

ในท้องตลาดตอนนี้ ชุดแอร์ไฟฟ้า 24v มีให้เลือกหลายทรงมากครับ ถ้าเราเลือกผิดทรง นอกจากจะติดตั้งยากแล้ว อาจจะทำให้แอร์เย็นไม่เต็มที่ หรือไปเกะกะการทำงานเอาได้ วันนี้ผมจะมากางแคตตาล็อกอธิบายให้ฟังทีละแบบ เลือกรุ่นที่ใช่ รับรองว่าติดจบ ใช้งานกันยาวๆ แน่นอนครับ

เจาะลึก 2 ประเภทหลักของ แอร์ไฟฟ้ารถยนต์ 24v

นวัตกรรม แอร์ 24v ติดรถยนต์ ยุคนี้ เขาออกแบบมาให้ตอบโจทย์บอดี้รถที่หลากหลายครับ ซึ่งหลักๆ ในเมืองไทยที่เรานิยมติดกันจะมีอยู่ 2 ทรงนี้ครับ:

1. แบบติดหลังคา (Roof Top) – สวยจบ เย็นทั่วทิศทาง

ทรงนี้คือการเอาคอมเพรสเซอร์ คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น มัดรวมไว้ในกล่องเดียว แล้วยกขึ้นไปครอบไว้บนซันรูฟ หรือเจาะช่องบนหลังคาหัวเก๋งครับ

  • จุดเด่น: กระจายลมเย็นลงมาจากด้านบนโดยตรง (เหมือนแอร์ฝังฝ้า) ทำให้ห้องโดยสารเย็นฉ่ำเร็วมาก ไม่เสียพื้นที่ในห้องโดยสารเลย ดูสวยงามกลมกลืนไปกับตัวรถ
  • เหมาะกับใคร?: ตอบโจทย์รถหัวลาก (Tractor Head) ที่มีหลังคาเรียบและสูง หรือรถที่มีช่องซันรูฟมาจากโรงงานอยู่แล้ว แค่ถอดกระจกออกก็วาง แอร์ไฟฟ้า 24 ทับลงไปได้เลย

2. แบบแยกส่วน (Split Type) – ยืดหยุ่นสูง ไม่ต้องเจาะหลังคา

ระบบนี้หน้าตาจะคล้ายๆ แอร์บ้านครับ คือแบ่ง ตู้แอร์ 24v (คอยล์เย็น) มาแขวนไว้ด้านในห้องโดยสาร และเอาชุดคอยล์ร้อนพร้อมคอมเพรสเซอร์ไปแขวนไว้ด้านนอก (ส่วนใหญ่นิยมแขวนไว้หลังหัวเก๋ง หรือข้างแชสซี)

  • จุดเด่น: ไม่ต้องไปยุ่งกับหลังคารถเลยครับ หมดกังวลเรื่องน้ำรั่วซึมร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวตู้แอร์ด้านในมีขนาดกะทัดรัด สามารถหาเหลี่ยมมุมติดตั้งได้อิสระ
  • เหมาะกับใคร?: แอร์ไฟฟ้าติดรถยนต์ 24 โวลท์ แบบแยกส่วนนี้ เหมาะสุดๆ สำหรับรถหกล้อ รถสิบล้อคอก รถโม่ปูน หรือรถตู้แห้ง ที่ด้านหลังหัวเก๋งมีพื้นที่ให้แขวนคอยล์ร้อนได้ และหลังคารถไม่เอื้ออำนวยให้วางของหนักๆ ครับ

ตารางเปรียบเทียบ: เลือก แอร์ไฟฟ้า 24 โวลต์ ทรงไหนดี?

เพื่อให้เถ้าแก่ตัดสินใจง่ายขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบสเปคและหน้างานคร่าวๆ ของทั้งสองแบบดูนะครับ:

หัวข้อเปรียบเทียบ แบบติดหลังคา (Roof Top) แบบแยกส่วน (Split Type)
ลักษณะการติดตั้ง วางบนหลังคา (เจาะ หรือใช้ช่องซันรูฟ) แขวนคอยล์เย็นในเก๋ง แขวนคอยล์ร้อนด้านนอก
การประหยัดพื้นที่ในเก๋ง ดีเยี่ยม (ลมลงจากเพดาน) เสียพื้นที่เล็กน้อยสำหรับแขวนตู้แอร์
ความยากง่ายในการติดตั้ง ง่าย รวดเร็ว (ถ้ามีช่องซันรูฟอยู่แล้ว) ต้องเดินสายท่อน้ำยาแอร์ เจาะรูร้อยสาย
ประเภทรถที่แนะนำ รถหัวลาก, รถบรรทุกที่มีหลังคาสูง/เรียบ รถสิบล้อ, รถหกล้อ, รถตู้ทึบ, รถโม่ปูน

สรุปทิ้งท้าย:

ไม่ว่าคุณจะเลือกระบบไหน หัวใจสำคัญของ แอร์ไฟฟ้า 24 โวลต์ ก็ยังคงทำหน้าที่หลักได้อย่างดีเยี่ยม นั่นคือการช่วยดับเครื่องยนต์ตอนจอดนอน เซฟค่าน้ำมันได้เดือนละเป็นหมื่น และถนอมอายุการใช้งานของเครื่องยนต์หลักครับ การเลือกรุ่นให้ถูกทรง จะช่วยให้การบำรุงรักษาในอนาคตง่ายขึ้นอีกเป็นกอง

ไม่แน่ใจว่ารถของคุณเหมาะกับทรงไหน? ปรึกษาเราสิครับ!

เราเข้าใจว่าโครงสร้างรถแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน การดัดแปลงมั่วซั่วอาจทำให้รถช้ำได้
ส่งรูปรถของคุณมาให้ช่างผู้เชี่ยวชาญจาก OASIS ช่วยประเมินให้ฟรี!
เราพร้อมแนะนำรุ่นที่ "พอดีและคุ้มค่าที่สุด" สำหรับโครงสร้างรถของคุณครับ

* Disclaimer: ผลลัพธ์นี้เป็นการคำนวณโดยประมาณจากสมมติฐานมาตรฐานของระบบ OASIS เท่านั้น ในการใช้งานจริง สภาพเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ อุณหภูมิภายนอก พฤติกรรมการจอด และสภาพแวดล้อมหน้างาน อาจทำให้ระยะเวลาการใช้งาน ต้นทุนเชื้อเพลิง หรือผลประหยัดจริง มากหรือน้อยกว่าที่แสดงได้